ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร วิธีคิด -1.5 และ +1.5 พร้อมตัวอย่าง
ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร คำตอบคือแฮนดิแคปเตะมุมแบบครึ่งลูกที่ใช้เปรียบเทียบจำนวนเตะมุมของสองทีม โดยฝั่งต่อ -1.5 ถูกหัก 1.5 จากจำนวนเตะมุมจริง ส่วนฝั่งรอง +1.5 ได้รับเพิ่ม 1.5 ก่อนเปรียบเทียบผล ดังนั้นฝั่งต่อจำเป็นต้องมีเตะมุมมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง ขณะที่ฝั่งรองสามารถมีเตะมุมน้อยกว่า 1 ครั้งแล้วยังอยู่เหนือราคาได้
ตลาดนี้ไม่ได้ใช้จำนวนประตูหรือผลแพ้ชนะของการแข่งขันเป็นตัวตัดสิน แต่ใช้จำนวนลูกเตะมุมตามช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด เช่น เต็มเวลาหรือครึ่งแรก จึงต้องอ่านทั้งชื่อประเภทตลาด เครื่องหมายบวกหรือลบ และตัวเลข 1.5 ให้ครบก่อนคำนวณ
คำตอบแบบสั้น: ราคาเตะมุม 1.5 เป็นเส้นแฮนดิแคปครึ่งลูก ฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีเตะมุมมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง เช่น 7-5 ส่วนฝั่งรอง +1.5 สามารถมีน้อยกว่าอีกทีม 1 ครั้ง เช่น 5-6 แล้วหลังบวก 1.5 จะเป็น 6.5 ต่อ 6 ทั้งนี้ต้องใช้สถิติจากช่วงเวลาที่ตลาดระบุและยึดกฎการชำระผลของระบบจริง
ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร ในตลาดแฮนดิแคป
ราคาเตะมุม 1.5 หมายถึงอะไร ให้มองเลข 1.5 เป็นแต้มต่อที่นำไปปรับกับจำนวนเตะมุมของทีมที่เลือก ฝั่ง -1.5 จะถูกหักหนึ่งลูกครึ่ง ส่วนฝั่ง +1.5 จะได้รับเพิ่มหนึ่งลูกครึ่ง จากนั้นจึงนำค่าหลังปรับไปเทียบกับจำนวนของอีกฝ่าย
ตัวอย่าง Team A ต่อ -1.5 และ Team B รอง +1.5 หากจำนวนเตะมุมจริงเป็น Team A 8 ครั้ง และ Team B 6 ครั้ง เมื่อคิดฝั่งต่อจะได้ 8 – 1.5 = 6.5 ซึ่งยังมากกว่า 6 ดังนั้นฝั่งต่ออยู่เหนือราคา แต่หากจำนวนจริงเป็น 7-6 เมื่อนำ 1.5 ออกจาก Team A จะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 ฝั่งต่อจึงต่ำกว่า แม้ Team A จะมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าหนึ่งครั้งก็ตาม นี่คือจุดที่ราคา 1.5 แตกต่างจาก 0.5 อย่างชัดเจน
หลักการดังกล่าวอยู่ในกลุ่ม เตะมุมแฮนดิแคป ซึ่งเปรียบเทียบจำนวนเตะมุมของสองทีมหลังปรับแต้ม หากต้องการเห็นโครงสร้างตลาดในภาพรวมก่อน สามารถอ่าน แทงบอลเตะมุมแฮนดิแคป เพื่อแยกความหมายของฝั่งต่อ ฝั่งรอง และราคาแต่ละประเภท
ทำไมฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีเตะมุมมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง
เหตุผลมาจากการหักแต้ม 1.5 ออกจากจำนวนจริงของฝั่งต่อ หากฝั่งต่อมีมากกว่าอีกทีมเพียง 1 ครั้ง เช่น 7-6 เมื่อลบ 1.5 จะเหลือ 5.5 ซึ่งต่ำกว่า 6 แต่หากมีมากกว่า 2 ครั้ง เช่น 8-6 หลังหักจะเหลือ 6.5 ซึ่งยังสูงกว่า 6
| จำนวนเตะมุมจริง | ฝั่งต่อ -1.5 | เปรียบเทียบกับอีกทีม | ผลฝั่งต่อ |
|---|---|---|---|
| 8-5 | 8 – 1.5 = 6.5 | 6.5 มากกว่า 5 | อยู่เหนือราคา |
| 7-5 | 7 – 1.5 = 5.5 | 5.5 มากกว่า 5 | อยู่เหนือราคา |
| 7-6 | 7 – 1.5 = 5.5 | 5.5 น้อยกว่า 6 | ไม่ผ่านราคา |
| 6-6 | 6 – 1.5 = 4.5 | 4.5 น้อยกว่า 6 | ไม่ผ่านราคา |
จึงสามารถจำฝั่ง -1.5 แบบสั้น ๆ ว่า “ต้องชนะจำนวนเตะมุมอย่างน้อยสองครั้ง” ไม่ว่าจะเป็น 5-3, 7-5 หรือ 10-8 ต่างก็มีผลต่างสองครั้ง และเมื่อหัก 1.5 แล้วจะยังเหลือค่ามากกว่าอีกทีมอยู่ 0.5 หากต้องการเจาะเฉพาะฝั่งลบและดูตัวอย่างเพิ่มเติม สามารถอ่าน ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง ซึ่งแยกเงื่อนไขของฝั่งต่อออกมาต่างหาก
ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร คิดยังไงทั้งฝั่งต่อและฝั่งรอง
ราคาเตะมุม 1.5 คิดยังไง ให้เริ่มจากดูเครื่องหมายของทีมที่ต้องการตรวจ หากเป็น -1.5 ให้นำ 1.5 ออกจากจำนวนเตะมุมจริง แต่หากเป็น +1.5 ให้นำ 1.5 ไปเพิ่ม จากนั้นจึงเปรียบเทียบกับจำนวนเตะมุมของอีกทีม
- ตรวจว่าตลาดเป็น Corner Handicap และใช้ช่วงเวลาใด
- ดูว่าทีมที่เลือกอยู่ฝั่ง -1.5 หรือ +1.5
- เมื่อช่วงตลาดสิ้นสุด ดูจำนวนเตะมุมจริงของทั้งสองทีม
- ฝั่ง -1.5 ให้นำจำนวนจริงลบ 1.5
- ฝั่ง +1.5 ให้นำจำนวนจริงบวก 1.5
- เปรียบเทียบผลหลังปรับกับจำนวนของคู่แข่ง
- หากเกมยุติหรือมีเหตุการณ์ผิดปกติ ให้ตรวจ Rules และ Settlement ของระบบก่อนสรุปผล
ตัวอย่าง Team A ต่อ -1.5 มี 9 เตะมุม และ Team B มี 7 ครั้ง คำนวณเป็น 9 – 1.5 = 7.5 ซึ่งมากกว่า 7 ฝั่งต่อจึงอยู่เหนือราคา แต่ถ้าจบ 8-7 จะเหลือ 6.5 เทียบกับ 7 ทำให้ฝั่งต่อไม่ผ่าน
ในฝั่งรอง สมมติ Team B +1.5 มี 6 เตะมุม ขณะที่ Team A มี 7 ครั้ง เมื่อนำ 1.5 บวกให้ Team B จะเป็น 7.5 เทียบกับ 7 ทำให้ฝั่งรองอยู่เหนือราคา แต่หาก Team B มีเพียง 5 ขณะที่ Team A มี 7 จะเป็น 6.5 เทียบกับ 7 ซึ่งยังต่ำกว่า
หลักการนี้คือ วิธีคิดเตะมุม สำหรับราคา 1.5 โดยตรง ไม่ควรนำจำนวนประตูหรือสกอร์ฟุตบอลมารวมในการคำนวณ เพราะตลาดใช้สถิติเตะมุมตามเงื่อนไขของช่วงเวลาที่กำหนด

ฝั่งรอง +1.5 สามารถมีเตะมุมน้อยกว่าได้เท่าไร
ฝั่งรอง +1.5 สามารถมีจำนวนเตะมุมจริงน้อยกว่าอีกทีม 1 ครั้งแล้วยังอยู่เหนือราคาหลังบวกแต้มได้ เช่น Team A 7 และ Team B รอง +1.5 มี 6 ครั้ง เมื่อบวก 1.5 ให้ Team B จะเป็น 7.5 ซึ่งสูงกว่า 7 แต่ถ้าน้อยกว่า 2 ครั้ง เช่น 7-5 การบวก 1.5 จะทำให้ทีมรองมี 6.5 ซึ่งยังต่ำกว่า 7 ดังนั้น +1.5 ไม่สามารถชดเชยความต่างสองลูกเตะมุมเต็มได้
| จำนวนจริง ทีมต่อ-ทีมรอง | ทีมรอง +1.5 | ผลหลังปรับ |
|---|---|---|
| 6-6 | 6 + 1.5 = 7.5 | ฝั่งรองสูงกว่า |
| 7-6 | 6 + 1.5 = 7.5 | ฝั่งรองสูงกว่า |
| 7-5 | 5 + 1.5 = 6.5 | ฝั่งรองต่ำกว่า |
จึงจำฝั่ง +1.5 ได้ว่า ทีมรองสามารถ “ตามหนึ่งเตะมุม” ได้ตามกลไกของราคา แต่หากตามสองครั้งเต็ม ครึ่งแต้มที่เพิ่มเข้ามาจะไม่เพียงพอ รายละเอียดฝั่งนี้สามารถดูต่อที่ รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง
ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร ต่างจากแบบอื่นยังไง โดยเฉพาะ 0.5
ราคาเตะมุม 1.5 ต่างจากแบบอื่นยังไง จุดที่เห็นง่ายที่สุดคือระยะผลต่างที่แต่ละฝั่งรับได้ สำหรับฝั่งต่อ -0.5 มีจำนวนเตะมุมมากกว่าอีกทีม 1 ครั้งก็เพียงพอ แต่ -1.5 ต้องมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง
ตัวอย่างจำนวนจริง 7-6 หาก Team A ต่อ -0.5 เมื่อนำ 0.5 ออกจะเหลือ 6.5 เทียบกับ 6 จึงยังสูงกว่า แต่ถ้าเป็น -1.5 จะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 และไม่ผ่านราคา แม้จำนวนเตะมุมจริงชุดเดียวกัน
สำหรับฝั่งรองก็แตกต่างเช่นกัน +0.5 ต้องมีจำนวนจริงอย่างน้อยเท่ากับอีกทีมจึงอยู่เหนือราคา แต่ +1.5 สามารถมีน้อยกว่าหนึ่งครั้งได้ เช่น ผล 7-6 ฝั่งรอง +0.5 จะเป็น 6.5 และยังต่ำกว่า 7 ขณะที่ +1.5 จะเป็น 7.5 และสูงกว่า ผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบกับเส้นครึ่งลูกที่ระยะเล็กกว่า สามารถอ่าน ราคาเตะมุม 0.5 คืออะไร ที่ UFA88s เพื่อดูเงื่อนไขของทั้ง -0.5 และ +0.5 แยกจากราคา 1.5
ส่วนราคาเต็มลูก เช่น 1.0 มีความแตกต่างอีกแบบ เพราะสามารถเกิดผลเท่ากันหลังปรับแต้มได้ เช่น ต่อ -1 แล้วจำนวนจริงชนะเตะมุม 7-6 เมื่อลบหนึ่งจะเหลือ 6-6 ในตลาด Asian Corner Handicap แบบสองทาง กรณีผลหลังปรับเท่ากันอาจเป็น void และคืนเดิมพันตามกฎของตลาดนั้น ขณะที่ 1.5 เป็นครึ่งลูกจึงไม่เกิดผลเท่ากันจากจำนวนเตะมุมเต็มจำนวนตามปกติ
ราคา 1.5 ต่างจากเตะมุมสูงต่ำอย่างไร
ตัวเลข 1.5 ในตลาดแฮนดิแคปไม่ควรถูกนำไปสับสนกับ เตะมุมสูงต่ำ เพราะคำถามที่ตลาดใช้ตัดสินต่างกัน แฮนดิแคป 1.5 เปรียบเทียบจำนวนของทีมหนึ่งกับอีกทีมหลังบวกหรือลบ 1.5 ขณะที่ตลาดสูง–ต่ำจะนำจำนวนเตะมุมตามเงื่อนไขมารวมแล้วเทียบกับเส้นยอดรวมที่กำหนด
สมมติการแข่งขันจบด้วย Team A 8 เตะมุม และ Team B 6 ครั้ง หากตลาดเป็น Team A -1.5 จะคำนวณ 8 – 1.5 = 6.5 เทียบกับ 6 แต่ถ้าตลาดเป็นยอดรวม จำนวนที่สนใจคือ 8 + 6 = 14 แล้วจึงนำไปเทียบกับเส้น Over/Under ที่เปิดไว้ เช่น 10.5 หรือ 11.5
ดังนั้นคำกว้างอย่าง แทงบอลเตะมุม อาจครอบคลุมหลายรูปแบบ ทั้งแฮนดิแคป ยอดรวม ครึ่งแรก หรือช่วงเวลาอื่น ผู้ใช้ควรอ่านชื่อหัวตลาดก่อนตัวเลขราคาเสมอ เพื่อไม่ให้นำสูตรของตลาดหนึ่งไปใช้กับอีกตลาด หากต้องการดูประเภทของตลาดเต็มเวลาในภาพรวม สามารถอ่าน แทงบอลเต็มมุม แล้วค่อยแยกว่ารายการที่สนใจเป็นแฮนดิแคปหรือยอดรวม
ราคา 1.5 ใช้กับเต็มเวลาและเตะมุมครึ่งแรกอย่างไร
ราคา 1.5 สามารถพบได้ในตลาดหลายช่วงเวลา แต่จำนวนที่นำมาคำนวณต้องตรงกับชื่อของตลาด หากเป็น Full Time Corner Handicap จะใช้จำนวนเตะมุมตามช่วงเต็มเวลาที่กฎของผู้ให้บริการกำหนด ขณะที่ เตะมุมครึ่งแรก จะใช้เฉพาะจำนวนในครึ่งแรก
สมมติครึ่งแรก Team A ต่อ -1.5 และนำเตะมุม 4-2 เมื่อพักครึ่ง จะคำนวณ 4 – 1.5 = 2.5 เทียบกับ 2 ทำให้ Team A อยู่เหนือราคาในตลาดครึ่งแรก แม้หลังจบเต็มเวลา Team B อาจกลับมามีจำนวนเตะมุมมากกว่าก็ตาม ผลครึ่งหลังไม่ควรถูกนำย้อนกลับไปตัดสินตลาดที่สิ้นสุดแล้วตอนพักครึ่ง
ในทางกลับกัน หากรายการเป็นราคาเต็มเวลา สถิติครึ่งแรกเป็นเพียงสถานะระหว่างทาง ไม่ใช่จำนวนสุดท้ายที่ใช้ชำระตลาด จึงต้องรอช่วงเวลาที่ตลาดกำหนดให้ครบก่อนสรุปผล กฎ Asian Corners ของผู้ให้บริการบางรายยังแยกเงื่อนไขของ 1st Half Asian Corners ไว้โดยเฉพาะ เช่น การใช้ผล ณ ครึ่งเวลาและกรณีเกมยุติก่อนพักครึ่ง จึงควรตรวจรายละเอียดของตลาดจริงทุกครั้ง ไม่ควรเห็นราคา -1.5 หรือ +1.5 แล้วใช้ข้อมูลช่วงเวลาใดก็ได้มาคำนวณ

เตะมุมแบบใดถูกนับและกรณีเกมยุติควรดูอะไร
กติกาฟุตบอลของ IFAB กำหนดสถานการณ์ที่ให้ลูกเตะมุม เช่น เมื่อลูกบอลผ่านเส้นประตูทั้งลูกหลังสัมผัสผู้เล่นฝ่ายรับเป็นคนสุดท้ายและไม่มีการทำประตู รวมถึงกรณีอื่นตาม Laws of the Game ฉบับปัจจุบัน แต่การชำระเดิมพันยังขึ้นอยู่กับกฎตลาดของผู้ให้บริการด้วย
ตัวอย่างกฎ Asian Corners ของ bet365 ระบุว่าทั้ง whole-corner และ half-corner handicaps จะนำ handicap ไปปรับกับ final corner count ก่อนตัดสินผล และหากการแข่งขันถูกยุติก่อนครบ 90 นาที ตลาดจะถูก void เว้นแต่ผลถูกตัดสินแน่นอนแล้ว
กฎเดียวกันยังระบุว่า หากลูกเตะมุมต้องเตะใหม่จากเหตุการณ์เดิมจะนับเพียงหนึ่งครั้ง และลูกเตะมุมที่ถูกให้แต่ไม่ได้ถูกเตะจริงจะไม่นับ นี่แสดงให้เห็นว่าจำนวนที่เห็นระหว่างถ่ายทอดสดหรือจากแหล่งสถิติภายนอกอาจไม่ใช่ข้อมูลสุดท้ายสำหรับ Settlement เสมอไปเมื่อเกิดเหตุการณ์พิเศษ ดังนั้นหากคำนวณ 1.5 ด้วยตนเองแล้วผลไม่ตรงกับสถานะรายการ ควรตรวจชื่อชนิดตลาด ช่วงเวลา จำนวนที่ระบบใช้ และกฎการชำระผลก่อนสรุปว่ามีข้อผิดพลาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออ่านราคาเตะมุม 1.5
แม้สูตรการบวกหรือลบ 1.5 จะไม่ซับซ้อน แต่การอ่านตลาดผิดประเภทสามารถทำให้ได้ข้อสรุปผิดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเลข 1.5 ปรากฏทั้งในแฮนดิแคปและตลาดประเภทอื่น
- คิดว่าต่อ -1.5 แค่มีเตะมุมมากกว่า 1 ครั้งก็เพียงพอ ทั้งที่ต้องมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง
- คิดว่ารอง +1.5 สามารถมีน้อยกว่าอีกทีม 2 ครั้งได้ ทั้งที่ +1.5 ยังต่ำกว่าเมื่อส่วนต่างจริงเท่ากับ 2
- นำจำนวนประตูฟุตบอลมาใช้แทนจำนวนเตะมุม
- อ่าน +1.5 กับ -1.5 สลับฝั่งกัน
- นำกฎของ 0.5 ไปใช้กับ 1.5 โดยไม่ดูผลต่างที่ต้องการ
- สับสนระหว่าง Handicap 1.5 กับตลาด Over/Under
- ไม่ตรวจว่าตลาดเป็นเต็มเวลาหรือครึ่งแรก
- สรุปผลเกมที่ถูกยุติเองโดยไม่ตรวจเงื่อนไข Settlement
วิธีลดความผิดพลาดคืออ่านตามลำดับ “ชื่อตลาด → ช่วงเวลา → ทีม → เครื่องหมาย → ตัวเลข” จากนั้นจึงใช้สูตรบวกหรือลบ 1.5 หากลำดับข้อมูลห้าส่วนนี้ถูกต้อง การคำนวณทางคณิตศาสตร์จะตรงไปตรงมามากขึ้น สำหรับมือใหม่ควรใช้ตัวอย่างง่ายก่อน เช่น -1.5 กับผล 7-5 และ +1.5 กับผล 6-7 เพื่อให้เห็นว่า 1.5 เปลี่ยนผลอย่างไร แล้วจึงขยายไปดูราคาอื่น ไม่จำเป็นต้องจำทุกเส้นพร้อมกันตั้งแต่ต้น
สรุป ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร
ราคา 1.5 เป็นแฮนดิแคปครึ่งลูกที่เปลี่ยนระยะระหว่างจำนวนเตะมุมของสองทีม ฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีจำนวนจริงมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้งจึงจะยังสูงกว่าหลังหักแต้ม ส่วนฝั่งรอง +1.5 สามารถมีจำนวนจริงน้อยกว่าอีกทีม 1 ครั้งแล้วยังสูงกว่าหลังบวกแต้มได้
ตัวอย่างฝั่งต่อที่จำง่ายคือ 7-5 เพราะ 7 – 1.5 = 5.5 ซึ่งมากกว่า 5 ส่วนตัวอย่างฝั่งรองคือ 6-7 เพราะ 6 + 1.5 = 7.5 ซึ่งมากกว่า 7 หากผลต่างจริงไม่ตรงกับเงื่อนไขดังกล่าว การบวกหรือลบ 1.5 จะทำให้ผลไปอีกฝั่ง
สิ่งสำคัญไม่แพ้สูตรคือการตรวจว่ารายการใช้ช่วงเวลาใด เป็นตลาดแฮนดิแคปจริงหรือไม่ และมีเงื่อนไข Settlement อย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ การเข้าใจกลไกของราคาไม่ได้รับประกันผลการแข่งขันหรือผลตอบแทน และการเดิมพันมีความเสี่ยง ควรกำหนดขอบเขตด้านเวลาและเงินให้เหมาะสมกับตนเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร
ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร?
เป็นแฮนดิแคปเตะมุมแบบครึ่งลูก ฝั่งต่อ -1.5 ถูกหัก 1.5 จากจำนวนจริง ส่วนฝั่งรอง +1.5 ได้รับเพิ่ม 1.5 แล้วจึงนำผลไปเปรียบเทียบกับจำนวนเตะมุมของอีกทีม
ต่อเตะมุม -1.5 ต้องชนะจำนวนเตะมุมกี่ครั้ง?
ฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง เช่น 7-5 เพราะเมื่อลบ 1.5 จะเหลือ 5.5 ซึ่งยังมากกว่า 5
รองเตะมุม +1.5 สามารถแพ้จำนวนเตะมุมหนึ่งครั้งได้ไหม?
ได้ในเชิงคณิตศาสตร์ของแฮนดิแคป เช่น จำนวนจริง 6-7 เมื่อบวก 1.5 ให้ฝั่งรองจะเป็น 7.5 เทียบกับ 7 จึงอยู่เหนือราคา
ถ้ารอง +1.5 มีเตะมุมน้อยกว่า 2 ครั้งเป็นอย่างไร?
จะยังต่ำกว่าอีกทีมหลังบวกแต้ม เช่น จำนวนจริง 5-7 เมื่อนำ 1.5 เพิ่มให้ฝั่งรองจะเป็น 6.5 ซึ่งยังน้อยกว่า 7
ราคาเตะมุม 1.5 มีผลเสมอหลังคำนวณไหม?
ตามการคำนวณปกติของเส้นครึ่งลูกจะไม่มีผลเสมอหลังปรับแต้ม เพราะจำนวนเตะมุมจริงเป็นจำนวนเต็ม ขณะที่ผลหลังบวกหรือลบ 1.5 จะกลายเป็นเลขครึ่ง
ราคาเตะมุม 1.5 ต่างจาก 0.5 อย่างไร?
ต่างกันที่ระยะต่อรอง ฝั่งต่อ -0.5 ต้องมีเตะมุมมากกว่าอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ -1.5 ต้องมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง ส่วนฝั่งรอง +1.5 สามารถตามหนึ่งครั้งได้ ขณะที่ +0.5 ต้องมีจำนวนจริงอย่างน้อยเท่ากับอีกทีม
ราคาเตะมุม 1.5 ใช้กับครึ่งแรกได้หรือไม่?
สามารถมีราคา 1.5 ในตลาดครึ่งแรกได้ แต่ต้องใช้เฉพาะจำนวนเตะมุมตามช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด หากเป็นตลาดครึ่งแรกต้องยึดจำนวน ณ ครึ่งเวลา ไม่ใช่จำนวนเมื่อจบเต็มเกม





