ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง วิธีคำนวณ -1.5 พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง ให้หัก 1.5 ออกจากจำนวนเตะมุมจริงของทีมต่อ แล้วนำผลไปเปรียบเทียบกับอีกทีม ดังนั้นฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง เช่น 7-5 เมื่อลบ 1.5 จะเหลือ 5.5 ต่อ 5 แต่หากมากกว่าเพียง 1 ครั้ง เช่น 7-6 จะเหลือ 5.5 ต่อ 6 และไม่อยู่เหนือราคา
การคำนวณนี้ใช้จำนวนลูกเตะมุม ไม่ได้ใช้จำนวนประตูหรือผลแพ้ชนะของการแข่งขันฟุตบอลเป็นตัวตัดสิน ทีมที่ชนะสกอร์อาจมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกทีมได้ จึงควรแยกผลการแข่งขันออกจากสถิติที่ตลาด Corner Handicap กำหนดทุกครั้ง
คำตอบแบบสั้น: ต่อเตะมุม -1.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง หากต่างเพียง 1 ครั้งจะไม่เพียงพอ เพราะเมื่อหัก 1.5 แล้วฝั่งต่อจะต่ำกว่าอีกทีม เช่น 8-7 กลายเป็น 6.5 ต่อ 7 ส่วน 8-6 กลายเป็น 6.5 ต่อ 6 จึงอยู่เหนือเส้นหลังปรับแต้ม
ต่อเตะมุม -1.5 หมายความว่าอะไร
เครื่องหมาย -1.5 หมายความว่าทีมที่เป็นฝั่งต่อจะถูกหักหนึ่งลูกครึ่งออกจากจำนวนเตะมุมจริงก่อนตัดสินผล ตลาดลักษณะนี้เป็น เตะมุมแฮนดิแคป ซึ่งใช้ผลต่างของจำนวนเตะมุมระหว่างสองทีม ไม่ใช่จำนวนเตะมุมรวมทั้งเกม ตัวอย่าง Team A เป็นฝั่งต่อ -1.5 และจบด้วยจำนวนเตะมุม 9-6 เมื่อนำ 1.5 ออกจาก Team A จะเหลือ 7.5 เทียบกับ 6 ของ Team B ผลหลังปรับจึงยังสูงกว่าอีกทีม
แต่หาก Team A มี 7 และ Team B มี 6 แม้ Team A จะได้เตะมุมมากกว่าในผลจริง แต่เมื่อลบ 1.5 จะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 จึงไม่อยู่เหนือเส้นที่กำหนด จุดนี้เป็นหัวใจของการอ่าน -1.5 เพราะการนำจำนวนเตะมุมจริงเพียงอย่างเดียวมาดูโดยไม่หักแต้มต่ออาจทำให้ตีความผลผิด หากต้องการเข้าใจภาพรวมของทั้งฝั่ง -1.5 และ +1.5 ก่อน สามารถดู ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร แล้วจึงกลับมาดูรายละเอียดเฉพาะฝั่งต่อในหน้านี้
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง คำนวณยังไงแบบทีละขั้น
ต่อเตะมุม 1.5 คำนวณยังไง สามารถใช้สูตรง่าย ๆ คือ “จำนวนเตะมุมของทีมต่อ – 1.5” แล้วเปรียบเทียบค่าที่ได้กับจำนวนเตะมุมของอีกทีม หากผลหลังหักยังมากกว่า ฝั่งต่ออยู่เหนือเส้น แต่หากเท่ากันหรือน้อยกว่าก็ไม่อยู่เหนือราคา
- ตรวจว่าตลาดที่เลือกเป็น Corner Handicap
- ตรวจว่าทีมที่ต้องการคำนวณอยู่ฝั่ง -1.5
- ดูว่าตลาดใช้ผลเต็มเวลา ครึ่งแรก หรือช่วงเวลาใด
- เมื่อช่วงเวลานั้นสิ้นสุด ให้ดูจำนวนเตะมุมจริงของทั้งสองทีม
- นำ 1.5 หักจากจำนวนของทีมต่อ
- เปรียบเทียบผลหลังหักกับจำนวนของอีกทีม
- หากเกมยุติหรือมีเหตุการณ์พิเศษ ให้ตรวจ Rules และสถานะ Settlement ของระบบก่อนสรุปผล
สำหรับ -1.5 สามารถลดสูตรให้เหลือวิธีจำสั้น ๆ ได้ว่า “ทีมต่อต้องชนะจำนวนเตะมุมอย่างน้อยสองครั้ง” หากต่างเพียงครั้งเดียวจะไม่เพียงพอ เพราะส่วนต่าง 1 ถูกแต้มต่อ 1.5 หักออกจนเหลือต่ำกว่าอีกฝั่ง หลักนี้เป็น วิธีคิดเตะมุม เฉพาะเส้น -1.5 ไม่ควรนำไปใช้แทน -0.5, -1.0 หรือราคาแบบ 0.75 โดยอัตโนมัติ เนื่องจากแต่ละเส้นมีระยะต่อรองและความเป็นไปได้ของผลหลังคำนวณต่างกัน
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง พร้อมตัวอย่างหลายผลลัพธ์
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง พร้อมตัวอย่าง สามารถเห็นภาพได้ชัดจากตารางด้านล่าง สมมติว่า Team A เป็นฝั่งต่อ -1.5 ในทุกกรณี
| จำนวนเตะมุมจริง | คำนวณ Team A -1.5 | เปรียบเทียบกับ Team B | ผลฝั่งต่อ |
|---|---|---|---|
| Team A 9 – 5 Team B | 9 – 1.5 = 7.5 | 7.5 มากกว่า 5 | อยู่เหนือราคา |
| Team A 7 – 5 Team B | 7 – 1.5 = 5.5 | 5.5 มากกว่า 5 | อยู่เหนือราคา |
| Team A 7 – 6 Team B | 7 – 1.5 = 5.5 | 5.5 น้อยกว่า 6 | ไม่ผ่านราคา |
| Team A 6 – 6 Team B | 6 – 1.5 = 4.5 | 4.5 น้อยกว่า 6 | ไม่ผ่านราคา |
| Team A 5 – 7 Team B | 5 – 1.5 = 3.5 | 3.5 น้อยกว่า 7 | ไม่ผ่านราคา |
ตัวอย่างที่ควรจำคือ 7-5 กับ 7-6 เพราะจำนวนจริงต่างกันเพียงหนึ่งเตะมุม แต่ผลของ -1.5 ต่างกันทันที กรณี 7-5 มีส่วนต่างสองครั้ง หลังหัก 1.5 ยังเหลือ 5.5 ต่อ 5 ส่วน 7-6 มีส่วนต่างหนึ่งครั้ง หลังหักจะเหลือ 5.5 ต่อ 6 จึงไม่ควรใช้หลักว่า “ทีมต่อมีเตะมุมมากกว่าก็พอ” กับราคา -1.5 เพราะเงื่อนไขไม่ได้ต้องการแค่จำนวนจริงที่มากกว่า แต่ต้องมากพอที่จะยังเหนืออีกฝ่ายหลังหักแต้มต่อแล้วด้วย

ทำไมต่าง 1 เตะมุมถึงไม่พอสำหรับ -1.5
หากฝั่งต่อมีจำนวนมากกว่าอีกทีม 1 ครั้ง ผลต่างจริงคือ +1 แต่แต้มต่อกำหนดให้หักออก 1.5 ดังนั้นหลังปรับแล้วฝั่งต่อจะกลายเป็นต่ำกว่าอีกทีมอยู่ 0.5 ตัวอย่าง Team A มี 8 และ Team B มี 7 เมื่อนำ 1.5 ออกจาก 8 จะได้ 6.5 ซึ่งต่ำกว่า 7 แม้ Team A จะเป็นฝ่ายที่มีจำนวนจริงมากกว่าอยู่หนึ่งครั้งก็ตาม
หลักเดียวกันใช้กับ 6-5, 10-9 หรือ 4-3 ทุกกรณีมีผลต่างจริงเพียงหนึ่ง เมื่อหัก 1.5 แล้วฝั่งต่อจะต่ำกว่าอีกฝ่ายครึ่งหนึ่งเสมอ ในทางกลับกัน หากต่าง 2 ครั้ง เช่น 8-6 หลังหักจะได้ 6.5 ต่อ 6 ฝั่งต่อยังสูงกว่า 0.5 ส่วนหากต่าง 3 ครั้ง เช่น 8-5 หลังหักจะได้ 6.5 ต่อ 5 ซึ่งยังสูงกว่าอย่างชัดเจน จึงสามารถใช้ “ผลต่างก่อนหักแต้ม” เป็นวิธีตรวจเบื้องต้นได้ หากฝั่งต่อมีมากกว่าอย่างน้อยสองครั้ง จึงค่อยยืนยันด้วยสูตร -1.5 อีกครั้ง
ถ้าจำนวนเตะมุมเสมอกัน ฝั่งต่อ -1.5 เป็นอย่างไร
หากจำนวนเตะมุมจริงเท่ากัน ฝั่งต่อ -1.5 จะต่ำกว่าอีกทีมหลังปรับแต้มอย่างแน่นอน ตัวอย่างจบ 6-6 เมื่อนำ 1.5 ออกจากฝั่งต่อจะเหลือ 4.5 เทียบกับ 6 เช่นเดียวกับ 3-3, 8-8 หรือ 10-10 ไม่ว่าจำนวนรวมจะมากหรือน้อยเท่าไร การหัก 1.5 จากทีมที่มีจำนวนเท่ากันจะทำให้ค่าหลังปรับต่ำกว่าอีกทีมเสมอ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องแยกตลาดนี้ออกจาก เตะมุมสูงต่ำ เพราะตลาดสูง–ต่ำจะสนใจยอดรวมของสองทีม เช่น 6 + 6 = 12 แต่ตลาดต่อ -1.5 จะสนใจผลต่างระหว่างจำนวนของสองทีมและแต้มต่อที่ถูกหัก
ต่อ -1.5 กับรอง +1.5 ต่างกันอย่างไร
ฝั่งต่อ -1.5 และรอง +1.5 เป็นคนละด้านของเส้นแฮนดิแคปเดียวกัน ฝั่งต่อถูกหัก 1.5 จึงต้องมีจำนวนจริงมากกว่าอย่างน้อยสองครั้ง ส่วนฝั่งรองได้รับ 1.5 จึงสามารถมีจำนวนจริงน้อยกว่าอีกทีมหนึ่งครั้งแล้วยังอยู่เหนือหลังปรับแต้มได้ สมมติ Team A ต่อ -1.5 และ Team B รอง +1.5 โดยจำนวนจริงจบ 7-6 หากตรวจ Team A จะเป็น 7 – 1.5 = 5.5 เทียบกับ 6 จึงต่ำกว่า หากตรวจ Team B จะเป็น 6 + 1.5 = 7.5 เทียบกับ 7 จึงสูงกว่า ผลทั้งสองวิธีสอดคล้องกัน บทความนี้เน้นฝั่งต่อโดยเฉพาะ จึงไม่ขยายรายละเอียดของ +1.5 มากเกินไป หากต้องการดูเงื่อนไขฝั่งตรงข้ามแบบเจาะลึก สามารถอ่าน รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง
ต่อ -1.5 ต่างจากต่อ -0.5 อย่างไร
ความต่างหลักอยู่ที่จำนวนเตะมุมขั้นต่ำที่ฝั่งต่อต้องเหนือกว่า -0.5 ต้องมากกว่าอีกทีมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ส่วน -1.5 ต้องมากกว่าอย่างน้อยสองครั้ง ตัวอย่างจำนวนจริง 7-6 หากราคาเป็น -0.5 จะคำนวณเป็น 7 – 0.5 = 6.5 เทียบกับ 6 จึงยังสูงกว่า แต่ถ้าเป็น -1.5 จะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 และไม่อยู่เหนือราคา
ดังนั้นแม้สถิติการแข่งขันชุดเดียวกัน ผลของตลาดสามารถต่างกันได้ตามเส้นแฮนดิแคป การดูเพียงจำนวนเตะมุมโดยไม่ดูเลขราคาจึงไม่เพียงพอ ราคาเต็มลูกอย่าง -1.0 ก็มีโครงสร้างต่างออกไป เพราะหากฝั่งต่อมีมากกว่าหนึ่งครั้งพอดี เช่น 7-6 เมื่อลบ 1 จะเหลือ 6-6 ซึ่งอาจเกิดผลเท่ากันหลังปรับราคาได้ตามรูปแบบ Asian Handicap ขณะที่ -1.5 เป็นครึ่งลูกจึงไม่มีผลเท่ากันจากจำนวนเต็มตามปกติ

ต้องดูเต็มเวลาหรือเตะมุมครึ่งแรกก่อนคำนวณ
แม้สูตร -1.5 จะเหมือนเดิม แต่จำนวนเตะมุมที่นำมาคำนวณต้องมาจากช่วงเวลาที่ตลาดระบุ หากเป็นตลาด Full Time Corner Handicap ต้องใช้จำนวนสุดท้ายตามกติกาของตลาดเต็มเวลา แต่หากเป็น เตะมุมครึ่งแรก ต้องใช้เฉพาะจำนวนที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก
ตัวอย่างครึ่งแรก Team A ต่อ -1.5 และนำ 4-2 เมื่อพักครึ่ง การคำนวณตลาดครึ่งแรกคือ 4 – 1.5 = 2.5 เทียบกับ 2 จึงยังสูงกว่า แม้เมื่อการแข่งขันจบเต็มเวลา Team A อาจมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกฝ่ายก็ไม่ควรนำผลเต็มเวลามาเปลี่ยนผลของตลาดครึ่งแรก
หากอ่านตลาดบนหน้า UFA88s ควรตรวจคำระบุช่วงเวลา ชื่อทีม และเครื่องหมาย -1.5 ให้ครบก่อนยืนยันว่าใช้สถิติชุดใดในการคิดผล โดยเฉพาะเมื่อมีตลาดเต็มเวลาและครึ่งแรกแสดงอยู่ใกล้กัน สำหรับผู้ที่ต้องการแยกภาพรวมของประเภทตลาดเต็มเวลา สามารถดู แทงบอลเต็มมุม เพื่อทำความเข้าใจว่าตลาดใดใช้จำนวนสุดท้ายของเกมและตลาดใดมีเงื่อนไขเฉพาะช่วง
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง แบบเข้าใจง่าย
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง แบบเข้าใจง่าย สามารถจำได้โดยไม่ต้องคำนวณทุกครั้งว่า “ทีมต่อต้องชนะจำนวนเตะมุมอย่างน้อยสองครั้ง” หากผลต่าง 2 ขึ้นไป ฝั่ง -1.5 จะยังมีค่ามากกว่าอีกทีมหลังหักแต้ม แต่ถ้าต่างเพียง 1 ครั้งหรือน้อยกว่า จะไม่ผ่านเส้น
- ต่อ -1.5 และมีเตะมุมมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป → อยู่เหนือราคา
- ต่อ -1.5 และมีเตะมุมมากกว่าเพียง 1 ครั้ง → ไม่ผ่านราคา
- ต่อ -1.5 และจำนวนจริงเท่ากัน → ไม่ผ่านราคา
- ต่อ -1.5 และมีเตะมุมน้อยกว่า → ไม่ผ่านราคา
ตัวอย่างที่จำง่ายที่สุดคือ 7-5 กับ 7-6 หากเห็น 7-5 ให้คิดว่าต่างสองครั้ง จึงเพียงพอสำหรับ -1.5 แต่ 7-6 ต่างแค่หนึ่งครั้งจึงไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามวิธีจำนี้ใช้ได้เมื่อยืนยันแล้วว่าตลาดเป็น Corner Handicap -1.5 และใช้ช่วงเวลาที่ถูกต้อง หากไปใช้กับตลาดยอดรวม หรือใช้จำนวนเต็มเวลาแทนผลครึ่งแรก ก็ยังทำให้สรุปผิดได้แม้จำกฎผลต่างสองครั้งได้ถูกต้อง
เหตุการณ์พิเศษที่ควรตรวจ Rules ก่อนสรุปผล
การคำนวณ -1.5 จากการแข่งขันที่จบตามปกติค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่หากเกมถูกยุติก่อนครบช่วงเวลาหรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับจำนวนลูกเตะมุม ควรยึดข้อกำหนดของตลาดจริงมากกว่าการคำนวณจากตัวเลขชั่วคราว กฎ Asian Corners ของ bet365 ระบุว่า whole-corner และ half-corner handicaps จะถูกนำไปปรับกับ final corner count เพื่อชำระผล และในกรณีการแข่งขันถูกยุติก่อนครบ 90 นาที ตลาดจะถูก void เว้นแต่ผลของตลาดถูกตัดสินแน่นอนแล้ว
กฎเดียวกันยังระบุว่าหากต้องเตะลูกมุมใหม่จากเหตุการณ์เดิมจะนับเป็นหนึ่งเตะมุม และลูกเตะมุมที่ถูกให้แต่ไม่ได้ถูกเตะจริงจะไม่นับ เงื่อนไขเหล่านี้เป็นตัวอย่างว่าจำนวนบนหน้าสถิติระหว่างเกมไม่ควรถูกใช้สรุป Settlement เองเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ
ในด้านกติกาฟุตบอล IFAB กำหนดเงื่อนไขของลูกเตะมุมตาม Laws of the Game แต่กติกาการแข่งขันในสนามกับกฎการชำระตลาดเดิมพันเป็นคนละส่วน ผู้ใช้จึงควรตรวจทั้งเหตุการณ์ในเกมและข้อกำหนดของตลาดที่เลือก
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง สำหรับมือใหม่ควรจำอะไร
ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากจำเลข 2 ก่อน คือฝั่งต่อ -1.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าอีกทีมอย่างน้อยสองครั้ง หากต่างเพียงหนึ่งครั้ง ราคานี้ยังไม่ผ่านเงื่อนไขหลังหักแต้ม
ก่อนสรุปผลให้ตรวจตามลำดับดังนี้
- ดูว่าเป็นตลาด แทงบอลเตะมุม ประเภท Corner Handicap จริงหรือไม่
- ตรวจว่าทีมที่เลือกเป็นฝั่ง -1.5
- ตรวจช่วงเวลาว่าเต็มเวลาหรือครึ่งแรก
- ดูจำนวนเตะมุมจริงของทั้งสองทีมเมื่อช่วงนั้นสิ้นสุด
- ตรวจว่าทีมต่อมีมากกว่าอย่างน้อยสองครั้งหรือไม่
- หากต้องการยืนยันด้วยสูตร ให้นำจำนวนฝั่งต่อลบ 1.5
- หากมีเกมยุติหรือเหตุการณ์พิเศษ ให้ตรวจ Rules ของตลาดก่อนสรุปผล
ตัวอย่าง Team A 8 และ Team B 6 ถือว่าต่างสองครั้ง เมื่อลบ 1.5 จะเป็น 6.5 ต่อ 6 ส่วน Team A 8 และ Team B 7 ต่างเพียงหนึ่ง เมื่อลบจะเป็น 6.5 ต่อ 7 ซึ่งไม่อยู่เหนือราคา การเข้าใจวิธีคิดช่วยให้แปลความหมายของตลาดได้ถูกต้อง แต่ไม่ได้ทำให้สามารถทำนายจำนวนเตะมุมหรือผลการแข่งขันได้แน่นอน
สถิติเตะมุมเปลี่ยนได้จากรูปเกม การเปิดบอล การยิงที่ถูกสกัด และเหตุการณ์อื่นในสนาม การเดิมพันมีความเสี่ยง ควรกำหนดขอบเขตด้านเงินและเวลา ไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อค่าใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการเพิ่มรายการเพื่อพยายามชดเชยความสูญเสีย หากกิจกรรมเริ่มกระทบชีวิตหรือการเงิน ควรหยุดหรือใช้เครื่องมือจำกัดกิจกรรมที่เหมาะสม
สรุปวิธีคิด ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง
หลักของฝั่งต่อ -1.5 คือทีมต่อต้องมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง หากต่างสองครั้ง เช่น 7-5 เมื่อลบ 1.5 จะเหลือ 5.5 ต่อ 5 จึงยังสูงกว่า แต่ถ้าต่างเพียงหนึ่งครั้ง เช่น 7-6 จะเหลือ 5.5 ต่อ 6 และไม่ผ่านราคา
จึงสามารถจำสั้น ๆ ว่า “-1.5 ต้องชนะเตะมุมสองครั้งขึ้นไป” พร้อมตรวจว่ากำลังใช้สถิติจากช่วงเวลาที่ถูกต้อง และไม่สับสนกับตลาดสูง–ต่ำหรือเส้นแฮนดิแคปชนิดอื่น หากมีเหตุการณ์ผิดปกติควรยึดกฎ Settlement ของผู้ให้บริการที่ใช้งานจริงเป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง
ต่อเตะมุม -1.5 ต้องมีเตะมุมมากกว่ากี่ครั้ง?
ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง เช่น 7-5 เพราะเมื่อนำ 1.5 หักจาก 7 จะเหลือ 5.5 ซึ่งยังมากกว่า 5
ถ้าต่อ -1.5 แล้วมีเตะมุมมากกว่าแค่ 1 ครั้งเป็นอย่างไร?
จะไม่อยู่เหนือราคา เช่น จำนวนจริง 7-6 เมื่อนำ 1.5 ออกจากฝั่งต่อจะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 จึงต่ำกว่าอีกทีม
ถ้าจำนวนเตะมุมเสมอกัน ต่อ -1.5 เป็นอย่างไร?
ฝั่งต่อจะต่ำกว่าหลังปรับราคา เช่น ผลจริง 6-6 เมื่อลบ 1.5 จากทีมต่อจะเหลือ 4.5 เทียบกับ 6
ต่อเตะมุม -1.5 ต่างจาก -0.5 อย่างไร?
-0.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมมากกว่าอีกทีมอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วน -1.5 ต้องมากกว่าอย่างน้อย 2 ครั้ง จึงจะยังสูงกว่าหลังหักแต้มต่อ
ต่อเตะมุม -1.5 มีผลเสมอหลังคำนวณไหม?
จากจำนวนเตะมุมเต็มจำนวนตามปกติจะไม่มีผลเสมอหลังหัก 1.5 เพราะผลที่ได้จะเป็นเลขครึ่ง ขณะที่จำนวนของอีกทีมเป็นจำนวนเต็ม
ต่อ -1.5 ใช้กับเตะมุมครึ่งแรกได้หรือไม่?
สามารถพบราคา -1.5 ในตลาดครึ่งแรกได้ แต่ต้องใช้จำนวนเตะมุมเฉพาะช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด หากเป็นตลาดครึ่งแรกจะใช้ผล ณ ครึ่งเวลา ไม่ใช่จำนวนเมื่อจบเต็มเกม
ถ้าเกมยุติก่อนครบเวลา ต่อเตะมุม -1.5 คิดอย่างไร?
ต้องตรวจข้อกำหนดของผู้ให้บริการ เพราะตลาดอาจถูก void หากการแข่งขันยุติก่อนครบเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผลของตลาดถูกตัดสินแน่นอนแล้วตามกฎของระบบนั้น





