รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง แพ้ไม่เกิน 1 ลูกยังเข้าเงื่อนไข

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง วิธีคำนวณ +1.5 พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง ให้บวก 1.5 เข้ากับจำนวนเตะมุมจริงของทีมรอง แล้วนำผลไปเปรียบเทียบกับอีกทีม ดังนั้นฝั่งรอง +1.5 สามารถมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกทีม 1 ครั้งแล้วยังอยู่เหนือราคาหลังปรับแต้มได้ เช่น 6-7 เมื่อนำ 1.5 บวกให้ฝั่งรองจะเป็น 7.5 เทียบกับ 7 แต่ถ้าตาม 2 ครั้ง เช่น 5-7 จะเป็น 6.5 ต่อ 7 และยังต่ำกว่า

การคำนวณนี้ดูเฉพาะจำนวนลูกเตะมุมตามช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด ไม่เกี่ยวกับจำนวนประตูหรือผลแพ้ชนะของฟุตบอลโดยตรง ทีมที่แพ้สกอร์อาจมีเตะมุมมากกว่าอีกทีมได้ และทีมที่ชนะการแข่งขันก็อาจมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่า จึงต้องแยกสถิติที่ใช้ตัดสินตลาดออกจากสกอร์ฟุตบอลเสมอ

คำตอบแบบสั้น: รองเตะมุม +1.5 หมายถึงฝั่งรองได้รับเพิ่มหนึ่งลูกครึ่งก่อนเปรียบเทียบผล หากตามจำนวนเตะมุม 1 ครั้งยังอยู่เหนือราคาได้ เช่น 5-6 จะกลายเป็น 6.5 ต่อ 6 แต่ถ้าตาม 2 ครั้ง เช่น 5-7 จะกลายเป็น 6.5 ต่อ 7 จึงไม่เพียงพอ

รองเตะมุม +1.5 หมายความว่าอะไร

เครื่องหมาย +1.5 หมายถึงทีมที่เป็นฝั่งรองได้รับแต้มต่อเพิ่มหนึ่งลูกครึ่งก่อนนำจำนวนเตะมุมไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง รูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เตะมุมแฮนดิแคป ซึ่งเน้นความแตกต่างระหว่างจำนวนเตะมุมของสองทีม มากกว่าการดูยอดรวมทั้งการแข่งขัน

ตัวอย่าง Team A มี 7 เตะมุม และ Team B เป็นฝั่งรอง +1.5 มี 6 เตะมุม หากตรวจผลจากฝั่ง Team B ให้คำนวณ 6 + 1.5 = 7.5 แล้วเทียบกับ 7 ของ Team A ผลหลังปรับจึงเป็น 7.5 ต่อ 7 ทำให้ฝั่งรองอยู่เหนือเส้น

หากจำนวนจริงเท่ากัน เช่น 6-6 ฝั่งรองยิ่งมีค่าหลังปรับสูงกว่า เพราะ 6 + 1.5 = 7.5 เทียบกับ 6 แต่ถ้าฝั่งรองมีน้อยกว่าสองครั้ง เช่น 5-7 การเพิ่ม 1.5 จะทำให้เป็น 6.5 ซึ่งยังต่ำกว่า 7 ผู้ที่ยังไม่คุ้นกับโครงสร้างของทั้งฝั่ง -1.5 และ +1.5 สามารถอ่าน ราคาเตะมุม 1.5 คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเส้นราคาก่อนแยกมาดูเฉพาะฝั่งรอง

รองเตะมุม 1.5 คำนวณยังไงแบบทีละขั้น

รองเตะมุม 1.5 คำนวณยังไง ใช้สูตรตรงไปตรงมาคือ “จำนวนเตะมุมจริงของทีมรอง + 1.5” แล้วนำผลหลังบวกไปเทียบกับจำนวนเตะมุมจริงของอีกทีม หากค่าหลังปรับสูงกว่า ฝั่งรองจะอยู่เหนือเส้น หากยังต่ำกว่า ก็ไม่ผ่านเงื่อนไข +1.5

  1. ตรวจว่าตลาดที่กำลังดูเป็น Corner Handicap
  2. ตรวจว่าทีมที่เลือกอยู่ฝั่ง +1.5 จริง
  3. ดูว่ารายการใช้ผลเต็มเวลา ครึ่งแรก หรือช่วงเวลาใด
  4. เมื่อช่วงเวลาที่กำหนดสิ้นสุด ให้ดูจำนวนเตะมุมจริงของทั้งสองทีม
  5. นำ 1.5 บวกเข้ากับจำนวนของฝั่งรอง
  6. เปรียบเทียบผลหลังบวกกับจำนวนจริงของอีกทีม
  7. หากการแข่งขันมีเหตุการณ์ผิดปกติ ให้ตรวจ Rules และ Settlement ของผู้ให้บริการก่อนสรุปผล

หลักนี้เป็น วิธีคิดเตะมุม สำหรับฝั่ง +1.5 โดยเฉพาะ วิธีจำที่ง่ายกว่าสูตรคือ “ทีมรองสามารถตามหนึ่งเตะมุมได้” เพราะหากตามอยู่ 1 ครั้ง การเพิ่ม 1.5 จะทำให้ผลกลับมาสูงกว่าอีกฝ่าย 0.5 อย่างไรก็ตาม อย่านำวิธีนี้ไปใช้กับ +0.5, +1.0 หรือ +1.75 โดยตรง เพราะแต่ละเส้นมีระยะที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะราคาเต็มลูกและราคาควบที่อาจมีกรณีคืนยอดหรือแบ่งยอดตามเงื่อนไขของ Asian Handicap

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง พร้อมตัวอย่างหลายสถานการณ์

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง พร้อมตัวอย่าง จะเห็นภาพได้ชัดเมื่อใช้สถานการณ์ที่ฝั่งรองมีจำนวนเท่ากัน ตามหนึ่งครั้ง และตามสองครั้ง สมมติให้ Team B เป็นฝั่งรอง +1.5 ทุกกรณี

จำนวนเตะมุมจริง คำนวณ Team B +1.5 เปรียบเทียบกับ Team A ผลฝั่งรอง
Team A 5 – 7 Team B 7 + 1.5 = 8.5 8.5 มากกว่า 5 อยู่เหนือราคา
Team A 6 – 6 Team B 6 + 1.5 = 7.5 7.5 มากกว่า 6 อยู่เหนือราคา
Team A 7 – 6 Team B 6 + 1.5 = 7.5 7.5 มากกว่า 7 อยู่เหนือราคา
Team A 7 – 5 Team B 5 + 1.5 = 6.5 6.5 น้อยกว่า 7 ไม่ผ่านราคา
Team A 9 – 5 Team B 5 + 1.5 = 6.5 6.5 น้อยกว่า 9 ไม่ผ่านราคา

ตัวอย่างที่ควรจำมากที่สุดคือ 7-6 กับ 7-5 เพราะแสดงเส้นแบ่งของ +1.5 ได้ชัดเจน ในกรณี 7-6 ทีมรองตามหนึ่งครั้ง เมื่อนำ 1.5 มาบวกจะเป็น 7.5 และสูงกว่า 7 ส่วนกรณี 7-5 ทีมรองตามสองครั้ง เมื่อนำ 1.5 บวกจะเป็นเพียง 6.5 ซึ่งยังต่ำกว่า ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมองตัวเลข 1.5 ว่าซับซ้อน หากตรวจผลต่างจริงก่อน ก็สามารถคาดได้ว่าฝั่งรองอยู่ในสถานการณ์แบบใด แล้วจึงใช้สูตรบวก 1.5 เพื่อยืนยันอีกครั้ง

ทำไมตาม 1 เตะมุมยังอยู่เหนือ +1.5 ได้

ทำไมตาม 1 เตะมุมยังอยู่เหนือ +1.5 ได้

หากทีมรองมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกทีมหนึ่งครั้ง ผลต่างจริงคือ -1 แต่เมื่อได้รับเพิ่ม 1.5 ผลสุทธิหลังปรับจะกลายเป็น +0.5 เมื่อเทียบกับอีกฝ่ายตัวอย่าง Team A มี 8 และ Team B มี 7 หาก Team B รอง +1.5 จะคำนวณเป็น 7 + 1.5 = 8.5 เทียบกับ 8 จึงสูงกว่าอยู่ 0.5 แม้จำนวนจริงของ Team B จะน้อยกว่าก็ตาม

หลักเดียวกันใช้กับ 6-5, 10-9 หรือ 4-3 ตราบใดที่ฝั่งรองตามเพียงหนึ่งครั้ง การเพิ่ม 1.5 จะทำให้ค่าหลังปรับสูงกว่าอีกฝั่งครึ่งหนึ่งเสมอนี่คือความแตกต่างสำคัญระหว่างการดู “จำนวนจริง” กับ “จำนวนหลังแฮนดิแคป” จำนวนจริงสามารถน้อยกว่าได้ แต่ผลตัดสินตลาดจะพิจารณาหลังนำแต้มต่อเข้ามาปรับตามเงื่อนไข

ทำไมตาม 2 เตะมุมแล้ว +1.5 ยังไม่พอ

หากทีมรองตามอยู่สองครั้ง ผลต่างจริงคือ -2 ขณะที่แต้มต่อให้เพิ่มเพียง 1.5 จึงยังเหลือความต่าง -0.5 หลังคำนวณตัวอย่าง Team A มี 7 และ Team B มี 5 เมื่อนำ 1.5 บวกให้ Team B จะเป็น 6.5 เทียบกับ 7 จึงยังต่ำกว่าอยู่ครึ่งหนึ่ง หรือถ้าเป็น 9-7 ผลหลังบวกจะเป็น 8.5 เทียบกับ 9 และยังได้ข้อสรุปเหมือนกัน

ดังนั้นฝั่งรอง +1.5 ไม่ได้หมายความว่าสามารถตามหนึ่งลูกครึ่งในจำนวนจริง เพราะจำนวนเตะมุมเกิดเป็นจำนวนเต็ม สิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติคือฝั่งรองสามารถตามหนึ่งครั้งได้ แต่เมื่อส่วนต่างกลายเป็นสองครั้งเต็ม ราคานี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยแล้ว

วิธีนี้ช่วยให้ตรวจผลได้เร็วโดยไม่ต้องคำนวณทุกกรณี หากเห็นฝั่งรองตามหนึ่งครั้งให้นึกถึงสถานการณ์ที่ +1.5 ยังครอบคลุม แต่ถ้าตามสองครั้งหรือมากกว่านั้นให้ตรวจสูตรแล้วจะพบว่าค่าหลังปรับยังต่ำกว่า

รอง +1.5 ต่างจากต่อ -1.5 อย่างไร

ฝั่ง +1.5 และ -1.5 เป็นสองด้านของแฮนดิแคปเส้นเดียวกัน ฝั่งรองได้รับ 1.5 เพิ่ม ส่วนฝั่งต่อถูกหัก 1.5 ดังนั้นเงื่อนไขสำคัญจึงตรงข้ามกันตัวอย่างจำนวนจริง Team A 7 และ Team B 6 หาก Team A ต่อ -1.5 จะเหลือ 5.5 เทียบกับ 6 และไม่อยู่เหนือเส้น ขณะที่ Team B รอง +1.5 จะเป็น 7.5 เทียบกับ 7 และอยู่เหนือราคา

หากจำนวนจริงเป็น 8-6 Team A ที่ต่อ -1.5 จะเหลือ 6.5 เทียบกับ 6 จึงสูงกว่า ขณะที่ Team B รอง +1.5 จะกลายเป็น 7.5 เทียบกับ 8 จึงต่ำกว่า ผลจากทั้งสองฝั่งจึงสอดคล้องกันเมื่อคำนวณอย่างถูกต้องบทความนี้เน้นเฉพาะฝั่งรอง หากต้องการดูเหตุผลว่าทำไมฝั่ง -1.5 ต้องมีจำนวนมากกว่าอย่างน้อยสองครั้ง สามารถอ่าน ต่อเตะมุม 1.5 คิดยังไง ซึ่งอธิบายฝั่งตรงข้ามโดยเฉพาะ

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง ต่างจากรอง +0.5 อย่างไร

แม้ทั้งสองเส้นจะเป็นราคาครึ่งลูก แต่ระยะที่ฝั่งรองรับได้ไม่เท่ากัน +0.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงอย่างน้อยเท่ากับอีกทีมจึงจะอยู่เหนือราคา ขณะที่ +1.5 สามารถมีน้อยกว่าอีกทีมหนึ่งครั้งได้ตัวอย่างจำนวนจริง 7-6 หาก Team B รอง +0.5 จะคำนวณเป็น 6.5 เทียบกับ 7 จึงต่ำกว่า แต่ถ้าเป็น +1.5 จะคำนวณเป็น 7.5 เทียบกับ 7 และสูงกว่า

ในกรณีจำนวนจริง 6-6 ทั้ง +0.5 และ +1.5 ต่างก็ทำให้ฝั่งรองมีค่าหลังปรับสูงกว่า แต่ระยะห่างไม่เท่ากัน โดย +0.5 จะเป็น 6.5 และ +1.5 จะเป็น 7.5จึงไม่ควรเห็นคำว่า “รองครึ่งลูก” แล้วใช้หลักเดียวกับทุกเส้น ต้องดูตัวเลขที่กำกับอยู่ด้วยเสมอ เพราะ 0.5 และ 1.5 เปลี่ยนขอบเขตของผลต่างที่รองรับได้อย่างชัดเจน

รอง 1.5 ต่างจากตลาดเตะมุมสูงต่ำอย่างไร

รอง 1.5 ต่างจากตลาดเตะมุมสูงต่ำอย่างไร

อีกจุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ +1.5 ในแฮนดิแคปไม่ได้หมายถึง เตะมุมสูงต่ำ เพราะตลาดทั้งสองแบบใช้วิธีตัดสินคนละหลัก ตลาดแฮนดิแคปเปรียบเทียบจำนวนเตะมุมของสองทีม ส่วนตลาดสูง–ต่ำจะนำจำนวนตามเงื่อนไขมารวมแล้วเทียบกับเส้นยอดรวม

ตัวอย่าง Team A 7 เตะมุม และ Team B 6 หาก Team B รอง +1.5 จะคำนวณ 6 + 1.5 = 7.5 เทียบกับ 7 แต่ถ้ากำลังดูตลาดยอดรวม จำนวนที่สนใจจะเป็น 7 + 6 = 13 แล้วนำไปเทียบกับเส้น Total Corners ที่กำหนดคำว่า แทงบอลเตะมุม จึงครอบคลุมตลาดหลายรูปแบบ

ผู้ใช้ควรดูชื่อของตลาดก่อนตัวเลขทุกครั้ง เพราะ 1.5 ที่อยู่ใน Team Handicap กับตัวเลขครึ่งลูกที่อยู่ในตลาด Total ไม่ได้ใช้สูตรเดียวกันหากต้องการดูภาพรวมของตลาดเตะมุมเต็มเกม สามารถอ่าน แทงบอลเต็มมุม เพื่อแยกประเภทตลาดก่อนนำตัวเลขไปคำนวณ

เต็มเวลากับเตะมุมครึ่งแรกใช้ +1.5 เหมือนกันหรือไม่

สูตรบวก 1.5 เหมือนกัน แต่จำนวนเตะมุมที่ใช้ต้องมาจากช่วงเวลาตามที่ตลาดระบุ หากเป็น Full Time Corner Handicap ต้องใช้จำนวนของตลาดเต็มเวลา ส่วน เตะมุมครึ่งแรก ใช้เฉพาะจำนวนที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกตามกฎของตลาดนั้น สมมติครึ่งแรก Team B รอง +1.5 และมีเตะมุม 2 ครั้ง

ขณะที่ Team A มี 3 ครั้ง เมื่อถึงครึ่งเวลาจะคำนวณเป็น 2 + 1.5 = 3.5 เทียบกับ 3 ฝั่งรองจึงอยู่เหนือราคาสำหรับตลาดครึ่งแรก หากหลังจากพักครึ่ง Team A ได้เตะมุมเพิ่มจนผลเต็มเวลาเป็น 8-4 จำนวนเต็มเวลาดังกล่าวไม่ควรถูกนำกลับไปเปลี่ยนผลของตลาดที่ตัดสินไปแล้ว ณ ครึ่งเวลา

ในทางกลับกัน หากเดิมพันเป็น Full Time Corner Handicap การใช้เพียงผลครึ่งแรกมาตัดสินก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน บทความนี้ของ UFA88s ใช้ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไกของ +1.5 ดังนั้นเมื่อดูรายการจริงควรอ่านชื่อช่วงเวลาและข้อมูลที่ระบบแสดงก่อนใช้สูตรทุกครั้ง

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง แบบเข้าใจง่าย

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง แบบเข้าใจง่าย ให้จำว่า “ทีมรองตามหนึ่งเตะมุมได้ แต่ตามสองเตะมุมไม่ได้” สำหรับการคำนวณเส้น +1.5 ตามปกติ หากจำนวนจริงเท่ากันหรือฝั่งรองมีมากกว่าอยู่แล้ว ก็จะยิ่งอยู่เหนือเส้นหลังได้รับแต้มต่อ

  • รอง +1.5 และมีเตะมุมมากกว่าอีกทีม → อยู่เหนือราคา
  • รอง +1.5 และจำนวนเตะมุมเท่ากัน → อยู่เหนือราคา
  • รอง +1.5 และตามอีกทีม 1 ครั้ง → ยังอยู่เหนือราคา
  • รอง +1.5 และตามอีกทีม 2 ครั้ง → ไม่ผ่านราคา
  • รอง +1.5 และตามมากกว่า 2 ครั้ง → ไม่ผ่านราคา

ตัวอย่างที่จำง่ายที่สุดคือ 6-7 กับ 5-7 ในกรณี 6-7 ฝั่งรองตามหนึ่งครั้ง เมื่อบวก 1.5 จะได้ 7.5 ต่อ 7 แต่ 5-7 ตามสองครั้ง เมื่อบวกแล้วได้ 6.5 ต่อ 7 จึงต่ำกว่า กฎสั้น ๆ นี้ควรใช้หลังจากตรวจแล้วว่ากำลังดู Corner Handicap +1.5 จริง หากเป็นราคาอื่นหรือตลาดอื่น วิธีคิดอาจไม่เหมือนกัน

กรณีเกมยุติหรือจำนวนเตะมุมผิดปกติต้องดูอะไร

ในเกมที่สิ้นสุดตามปกติ การคำนวณ +1.5 ทำได้จากจำนวนเตะมุมสุดท้ายของช่วงตลาด แต่หากการแข่งขันถูกยุติก่อนครบเวลาหรือมีเหตุการณ์ที่สถิติถูกแก้ไข ควรตรวจ Rules ของผู้ให้บริการก่อนสรุปผลเอง ตัวอย่างกฎ Asian Corners ของ bet365 ระบุว่า half-corner และ whole-corner handicaps

จะถูกนำไปปรับกับ final corner count และหากการแข่งขันถูกยุติก่อนครบ 90 นาที ตลาดจะถูก void เว้นแต่ผลถูกตัดสินแน่นอนแล้ว กฎดังกล่าวยังระบุว่า หากลูกเตะมุมต้องถูกเตะใหม่จากเหตุการณ์เดิมจะนับเป็นหนึ่งลูกเตะมุม และลูกเตะมุมที่กรรมการให้แต่ไม่ได้ถูกเตะจริงจะไม่นับสำหรับตลาดนั้น

เงื่อนไขลักษณะนี้ทำให้จำนวนที่แสดงจากแหล่งสถิติภายนอกอาจไม่เพียงพอสำหรับใช้สรุป Settlement ในกรณีพิเศษ ส่วน IFAB กำหนดกติกาในสนามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เป็นลูกเตะมุม แต่กฎการแข่งขันฟุตบอลกับกฎชำระผลของตลาดเดิมพันเป็นคนละชั้นของข้อมูล จึงควรแยกทั้งสองส่วนให้ชัด

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง สำหรับมือใหม่ควรจำอะไร

รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง สำหรับมือใหม่ ควรจำตัวเลข 1 ก่อน คือฝั่งรอง +1.5 สามารถมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกทีมหนึ่งครั้งได้ แต่หากน้อยกว่าสองครั้งเต็ม ครึ่งแต้มที่เหลือจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ผลหลังปรับสูงกว่า

ก่อนคำนวณให้ตรวจตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจว่าตลาดเป็น Corner Handicap
  2. ยืนยันว่าทีมที่เลือกเป็นฝั่ง +1.5
  3. ดูว่าตลาดใช้เต็มเวลา ครึ่งแรก หรือช่วงอื่น
  4. ดูจำนวนเตะมุมจริงเมื่อช่วงตลาดสิ้นสุด
  5. นำ 1.5 บวกให้จำนวนของทีมรอง
  6. เปรียบเทียบกับจำนวนของอีกทีม
  7. หากมีการแข่งขันยุติหรือเหตุการณ์ผิดปกติ ให้ตรวจกฎการชำระผลก่อน

หากต้องตรวจแบบเร็ว ให้ดูผลต่างจริงก่อน ถ้าทีมรองตามเพียงหนึ่งครั้ง เส้น +1.5 ยังครอบคลุมตามหลักคณิตศาสตร์ หากตามสองครั้งให้รู้ไว้ก่อนว่าการบวก 1.5 จะยังขาดอีก 0.5 แล้วค่อยคำนวณเพื่อยืนยัน การเข้าใจกลไกของราคาเป็นเพียงการช่วยอ่านเงื่อนไขให้ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าสามารถคาดการณ์จำนวนเตะมุมได้แน่นอน

เพราะจำนวนเตะมุมขึ้นอยู่กับรูปเกม การบุก การป้องกัน การยิงที่ถูกสกัด และเหตุการณ์อื่นตลอดการแข่งขัน การเดิมพันมีความเสี่ยง ควรกำหนดขอบเขตเงินและเวลาที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อค่าใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการเพิ่มการเดิมพันเพื่อพยายามชดเชยการสูญเสีย หากรู้สึกว่าควบคุมเวลาและเงินได้ยาก ควรใช้เครื่องมือจำกัดกิจกรรมหรือหยุดพักตามความเหมาะสม

สรุปวิธีคิด รองเตะมุม 1.5 คิดยังไง

วิธีคิดฝั่งรอง +1.5 คือบวก 1.5 เข้าไปในจำนวนเตะมุมจริงของทีมรองก่อนเปรียบเทียบกับอีกทีม หากทีมรองตามหนึ่งครั้ง เช่น 6-7 จะกลายเป็น 7.5 ต่อ 7 และยังอยู่เหนือราคา แต่ถ้าตามสองครั้ง เช่น 5-7 จะกลายเป็น 6.5 ต่อ 7 และไม่ผ่านเส้น

จึงสามารถจำได้ว่า “รอง +1.5 ตามหนึ่งได้ ตามสองไม่ได้” พร้อมตรวจประเภทตลาดและช่วงเวลาให้ถูกต้องก่อนใช้สูตรทุกครั้ง หากเกิดกรณีการแข่งขันยุติ ลูกเตะมุมถูกแก้ไข หรือมีสถานการณ์ผิดปกติ ควรยึดกฎ Settlement ของผู้ให้บริการเป็นหลักแทนการคำนวณจากตัวเลขชั่วคราว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเตะมุม 1.5 คิดยังไง

รองเตะมุม +1.5 สามารถตามอีกทีมกี่ลูก?

สามารถมีจำนวนเตะมุมน้อยกว่าอีกทีม 1 ครั้งแล้วยังอยู่เหนือราคาหลังบวก 1.5 ได้ เช่น 6-7 เมื่อนำ 1.5 บวกให้ฝั่งรองจะเป็น 7.5 เทียบกับ 7

ถ้ารอง +1.5 ตามอีกทีม 2 เตะมุมเป็นอย่างไร?

จะไม่ผ่านราคา เช่น จำนวนจริง 5-7 เมื่อนำ 1.5 บวกให้ฝั่งรองจะเป็น 6.5 ซึ่งยังต่ำกว่า 7

ถ้าจำนวนเตะมุมเสมอกัน รอง +1.5 เป็นอย่างไร?

ฝั่งรองจะอยู่เหนือหลังปรับแต้ม เช่น ผลจริง 6-6 เมื่อนำ 1.5 บวกให้ทีมรองจะเป็น 7.5 เทียบกับ 6

รอง +1.5 ต่างจากรอง +0.5 อย่างไร?

+0.5 ต้องมีจำนวนเตะมุมจริงอย่างน้อยเท่ากับอีกทีมจึงจะอยู่เหนือราคา ส่วน +1.5 สามารถมีจำนวนจริงน้อยกว่าอีกทีมหนึ่งครั้งได้

รองเตะมุม +1.5 มีผลเสมอหลังคำนวณหรือไม่?

จากจำนวนเตะมุมเต็มจำนวนตามปกติจะไม่มีผลเสมอหลังบวก 1.5 เพราะค่าของฝั่งรองจะเป็นเลขครึ่ง ขณะที่จำนวนของอีกทีมเป็นจำนวนเต็ม

รอง +1.5 ใช้กับตลาดครึ่งแรกได้ไหม?

สามารถพบราคา +1.5 ในตลาดครึ่งแรกได้ แต่ต้องใช้เฉพาะจำนวนเตะมุมของช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด หากเป็นตลาดครึ่งแรกจะใช้ผล ณ ครึ่งเวลา ไม่ใช่ผลเมื่อจบเต็มเกม

ถ้าเกมยุติก่อนครบเวลา รอง +1.5 ต้องคิดอย่างไร?

ต้องตรวจกฎของผู้ให้บริการ เพราะตลาดอาจถูก void เมื่อการแข่งขันยุติก่อนครบเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผลของตลาดถูกตัดสินแน่นอนแล้วตามข้อกำหนดที่ใช้ชำระรายการ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความใหม่